พุทธานุภาพพระแก้วมรกต
เมื่อสงครามโลกคร้ังที่๒ สงบลงแล้ว ไทยต้องเสียค่าปฎิมากรรมสงครามเป็นข้าวสารหลายพันตันให้แก่อังกฤษและฝรั่งเศส ฝรั่งเศสเรียกร้องจะเอาพระแก้วมรกตคืนไปเวียงจันทน์ ในสมัยน้ันม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช กล่าวในที่ประชุมว่าไทยจะไม่ยอมเจรจาด้วยต่อไป ถ้าหากเรียกร้องเอาพระแก้วมรกต แล้วเดินออกจากห้องประชุม ในที่สุดฝรั่งเศสจึงเลิกเรียกร้องเอาพระแก้วมรกต
เมื่อญี่ปุ่นเข้ายึดครองเมืองไทยไว้ เมื่อพ.ศ.๒๔๘๔ นั้น จอมพลป.พิบูลสงครามยึดเอาพระแก้วมรกตเป็นที่พึ่งสุดท้าย คือเชิญฝ่ายญี่ปุ่น ไปทำสัญญากันในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในทีสุดญี่ปุ่นแพ้สงคราม แต่ไทยประกาศสันติภาพไม่ยอมแพ้ และไทยได้มีเอกราชมาทุกวันนี้
สมัยสงครามโลกครั้งที่๒ จอมพลป.พิบูลสงครามได้อัญเชิญพระแก้วมรกตไปซ่อนไว้ในถ้ำฤษีสมบัติที่จังหวัดเพชรบูรณ์ และเมื่อสงครามยุติลง สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงษ์ ได้ให้พระอุดมญาณโมลี (หลวงปู่จันทร์ศรี จันททีโป) เจ้าอาวาสวัดโพธิสมพร จังหวัดอุดรธานีไปอัญเชิญพระแก้วมรกตกลับมาประดิษฐานที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม
พุทธศานิกชนผู้มีศรัทธา สวดมนต์อธิษฐานจิต ยึดเอาพระแก้วมรกตเป็นที่พึ่ง ล้วนสมความปรารถนา พ้นจากทุกข์ในสิ่งที่ไม่ปรารถนามาแล้วทุกคน
คาถาบูชาพระแก้วมรกต
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (๓ จบ)
วาละลุกัง สังวาตังวา (๓ จบ)
พุทธศานิกชนผู้มีศรัทธา สวดมนต์อธิษฐานจิต ยึดเอาพระแก้วมรกตเป็นที่พึ่ง ล้วนสมความปรารถนา พ้นจากทุกข์ในสิ่งที่ไม่ปรารถนามาแล้วทุกคน
คาถาบูชาพระแก้วมรกต
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (๓ จบ)
วาละลุกัง สังวาตังวา (๓ จบ)
(โปรดติดตามตอนต่อไป)


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น